หน้าแรก ตัวยาทำแท้ง เลือกอายุครรภ์ การสั่งซื้อ เกี่ยวกับเรา

หลั่งนอกแล้วจะท้องไหม


หลั่งน้ำอสุจิภายนอกช่องคลอด หรือที่คนทั่วไปมักเรียกว่า “หลั่งข้างนอก” หรือ “หลั่งภายนอก” (Coitus interruptus, Rejected sexual intercourse, Withdrawal, Pull-out method) เป็นวิธีที่ช่วยลดโอกาสการตั้งครรภ์อย่างหนึ่งที่เมื่อร่วมเพศไปในระยะแรกจะเป็นไปอย่างปกติ (ฝ่ายชายจะไม่ได้สวมถุงยางอนามัย) จนกระทั่งฝ่ายชายรู้สึกใกล้จะหลั่งน้ำอสุจิ ฝ่ายชายจะถอนอวัยวะเพศออกจากช่องคลอดก่อนที่จะถึงจุดสุดยอด และหลั่งน้ำอสุจิออกมาภายนอกช่องคลอดของฝ่ายหญิงแทน โดยไม่ให้น้ำอสุจิเปื้อนบริเวณปากช่องคลอด เพราะอาจจะทำให้เชื้ออสุจิเข้าไปในช่องคลอดได้ โดยคิดไปเองว่าจะไม่ทำให้อสุจิเข้าไปผสมกับไข่ของฝ่ายหญิงได้และไม่เกิดการตั้งครรภ์ ซึ่งนั้นเป็นความเข้าใจที่ผิดครับ !! เพราะในระหว่างที่เรากำลังมีเพศสัมพันธ์ อาจจะมีเชื้ออสุจิออกมากับน้ำเมือกบ้างแล้วบางส่วน หรือเมื่อใกล้ถึงจุดสุดยอดแล้วแต่ฝ่ายชายถอนอวัยวะเพศไม่ทัน จนหลั่งน้ำอสุจิเข้าไปภายในช่องคลอดหรือบริเวณปากช่องคลอด เหล่านี้เชื้ออสุจิก็สามารถผ่านเข้าไปในช่องคลอดได้แล้วครับ จึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์สูง

สำหรับสาเหตุที่วิธีการหลั่งนอก (แตกนอก) เป็นที่นิยมกันมากโดยเฉพาะในกลุ่มวันรุ่น ก็คงมาจากความง่าย ความสะดวกสบาย ไม่ต้องเตรียมอุปกรณ์ป้องกันใด ๆ แถมยังให้ความรู้สึกถึงอารมณ์แบบเนื้อแนบเนื้ออีกต่างหาก อีกทั้งวัยรุ่นส่วนใหญ่ก็อายที่จะไปซื้อถุงยางอนามัยในร้านสะดวกซื้อมาใช้ หรือบางครั้งก็ฉุกเฉินเกินกว่าจะเตรียมอุปกรณ์ป้องกันได้ทันที ส่วนอีกสาเหตุสำคัญก็คงมาจากความมั่นอกมั่นใจของฝ่ายชายนี่แหละที่บางคนคิดเอาแต่ได้ โดยไม่คิดถึงผลที่จะตามมา หรือมาจากความมั่นใจแบบผิด ๆ ว่าปล่อยนอกยังไงก็ไม่ท้องอย่างแน่นอน คราวนี้เรามาดูข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการหลั่งนอกกันเลยดีกว่า จะได้หายสงสัยสักทีว่าทำไมหลั่งนอกแล้วแต่ก็ยังท้องได้อยู่ !!

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการหลั่งนอก
การหลั่งนอกเป็นวิธีการป้องกันการตั้งครรภ์ที่มีประสิทธิภาพน้อยมาก มีโอกาสล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้สูง
ในขณะที่มีเพศสัมพันธ์ ในน้ำหล่อลื่นของฝ่ายชายนั้นจะมีเชื้ออสุจิปะปนออกมาด้วยอยู่แล้ว แต่ไม่เยอะเท่าตอนถึงจุดสุดยอดเท่านั้นเอง !! เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นไปได้สูงที่ตัวอสุจิเหล่านี้จะเดินทางไปปฏิสนธิกับไข่ในระหว่างการทำกิจกรรม
ในกรณีที่หลั่งไม่ไกลจากช่องคลอดมากพอ เชื้ออสุจิก็ยังสามารถแหวกว่ายเข้าไปในช่องคลอดของฝ่ายหญิงและทำการปฏิสนธิได้อยู่ดี เนื่องจากทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงต่างก็มีน้ำหล่อลื่นที่เป็นตัวช่วยทำให้อสุจิสามารถเดินทางได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
การมีเพศสัมพันธ์ต่อครั้งที่ 2, 3, 4 ฯลฯ ในทันทีจะยิ่งมีความเสี่ยงสูงมากขึ้นไปอีก แม้จะล้างทำความสะอาดมาอย่างดีแล้วก็ตาม เพราะปลายอวัยวะเพศชายยังอาจมีเชื้ออสุจิหลงเหลืออยู่ แต่ที่แน่ ๆ คือในท่อปัสสาวะจะยังมีน้ำเชื้อค้างอยู่จากรอบที่แล้วอย่างแน่นอน ซึ่งมันอาจจะออกมาปิ๊ดหนึ่งในระหว่างร่วมเพศก่อนที่คุณจะหลั่งในรอบถัดไปก็ได้ ในกรณีที่ทำได้ก็คือการปัสสาวะทิ้งก่อนจะมีเพศสัมพันธ์รอบถัดไป ซึ่งจะถือเป็นการล้างท่อไปด้วยในตัว และทำความสะอาดที่ปลายองคชาติเพื่อล้างอสุจิที่ตกค้างออกให้เรียบร้อยก่อนที่ปฏิบัติภารกิจในรอบถัดไป
ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดของการหลั่งนอก
ข้อมูลจาก Contraceptive technology (20th revised ed.) ระบุว่าตามหลักแล้วการหลั่งภายนอกช่องคลอดอย่างถูกต้อง (Perfect use) ตามหลักทฤษฎีเป๊ะ ๆ จะมีโอกาสล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 4% ซึ่งหมายความว่าจำนวนการตั้งครรภ์ในแรกของการคุมกำเนิดด้วยการหลั่งนอกจำนวน 100 คน จะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ประมาณ 4 คน แต่โดยทั่วไปหรือในโลกความเป็นจริงแล้ว มันก็ต้องมีเป๊ะบ้าง ไม่เป๊ะบ้างเป็นธรรมดา ทำให้การคุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ (Typical use) มีอัตราการล้มเหลวทำเกิดการให้ตั้งครรภ์ได้สูงมากขึ้นเป็น 22% หรือคิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 คน จากผู้ที่คุมกำเนิดด้วยวิธีนี้ ส่วนด้านล่างนี้เป็นตารางเปรียบเทียบระหว่างการคุมกำเนิดด้วยวิธีการหลั่งนอกกับวิธีการคุมกำเนิดแบบอื่น ๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจครับ

 

 

เช็คพัสดุไปรษณีย์

 

โทร. 061-6248610

Line Id : thaitamtank

คลังความรู้และบทความที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุดเดือนกรกฎาคม 2563:ผู้เสียภาษีได้รับทุนสนับสนุนการทำแท้งผ่านโครงการภาครัฐ

รวมบทความเกี่ยวกับการทำแท้ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เว็บไซต์เรื่องการทำแท้งอื่นๆ